ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เทคโนโลยีวิศวกรรม
dot
bulletเกี่ยวกับบอยเลอร์
bulletเกี่ยวกับเบิร์นเนอร์
bulletศูนย์ข้อมูลวิศวกรรม
dot
ติดต่อหน่วยงานราชการ
dot
bulletต่อใบอนุญาตควบคุมบอยเลอร์
bulletติดต่อกรมโรงงาน
bulletอบรมหม้อไอน้ำและจป.
dot
แบบฟอร์มเอกสารต่างๆ
dot
bulletกฏหมายเกี่ยวกับหม้อไอน้ำ
bulletเอกสารรับรองหม้อไอน้ำ
bulletเอกสารรับรองหม้อต้ม
bulletขึ้นทะเบียนควบคุมหม้อไอน้ำ
bulletต่อทะเบียนผู้ควบคุมหม้อไอน้ำ
bulletหม้ออบไอน้ำ/ภาชนะความดัน
bulletปลอดภัยของระบบไฟฟ้า
dot
การอบรมเกี่ยวกับบอยเลอร์
dot
bulletอบรมควบคุมบอยเลอร์
bulletการประชุมตรวจสอบบอยเลอร์
dot
ติดต่อลงโฆษณากับเรา
dot
bulletรายละเอียดแบบแบนเนอร์
bulletรายละเอียดแบบสปอนเซอร์ลิงค์
bulletลิงค์แบนเนอร์กับสินค้าของท่าน
dot
สมาชิกรับข่าวสาร

dot


google_ad_client = "pub-1819596744554189";
คลิกดูข้อมูล
คลิกดูเลยถูกมาก
ลองคลิกดู


บทเกริ่นนำเรื่องไอน้ำ article

             บทนำ(Introduction)

                

             การผลิตไอน้ำหรือน้ำร้อนจากหม้อต้มน้ำไปใช้งานนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่เก่าแก่ที่ใช้กันอยู่ และเป็นความพยายามที่จะพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยมากขึ้น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการผลิตไอน้ำหรือน้ำร้อนจะเป็นการพัฒนาหม้อต้มน้ำที่มีอยู่เดิม  สิ่งแรกที่พัฒนาคือเรื่องของการควบคุม  ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ประสบความสำเร็จ 

            อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาเชิ้อเพลิงจากฟอสซิล (Fossil Fuels) และการออกกฎหมายเพื่อลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก (Greenhouse Gases) โดยการออกแบบและควบคุมการปฏิบัติงานของหม้อไอน้ำและระบบต่าง ๆ ของหม้อไอน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

          ในสหราชอาณาจักรมีหม้อต้มน้ำอย่างน้อยที่สุด 50,000 ลูก  ซึ่งหม้อต้มน้ำทุกชนิดและในจำนวนที่กล่าวถึงติดตั้งอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ  หม้อต้มน้ำหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นหม้อต้มน้ำที่ใช้น้ำมันหรือแก๊สเป็นเชื้อเพลิง  จะมีโดยปกติ 1 ใน 3 ของหม้อต้มน้ำเหล่านี้มีอายุใช้งานมากกว่า 20 ปี  และจำเป็นต้องหาหม้อต้มน้ำใหม่มาทดแทนภายใน 2-3 ปีข้างหน้า  แนวโน้มสำหรับการติดตั้งหม้อต้มน้ำใหม่จะเป็นไอน้ำที่ใช้แก๊สธรรมชาติหรือใช้แก๊สปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas : LPG) ร่วมกับถ่านหินจะมีจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น  โดยทั่วไปจะใช้กับหม้อต้มน้ำที่มีขนาดใหญ่

          หม้อต้มน้ำส่วนใหญ่ถูกละเลยไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลเท่าที่ควร  ตราบใดที่หม้อต้มน้ำนั้นยังผลิตน้ำร้อนและไอน้ำได้อย่างปลอดภัย  ตั้งแต่อดีตถึงปีพ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988)  มีการประมาณการว่าหม้อไอน้ำทั้งหมดใช้พลังงานฟอสซิลประมาณ 1.5 เอกซาจูล (EJ)  และจากข้อมูลที่มีการรวบรวมไว้แสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงการออกแบบและการใช้งานหม้อไอน้ำ  และระบบการจ่ายไอน้ำจะสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 10%

          ส่วนใหญ่การพัฒนาเทคโนโลยีของหม้อต้มน้ำจะเป็นการพัฒนาการควบคุมและการน้ำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ (Heat Recovery)  ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ก็ตาม  แต่ก็ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทั้งในสหราชอาณาจักรและทั่วโลกมาแล้ว

          อย่างไรก็ตาม  โอกาสที่จะหาพลังงานทดแทนและประหยัดเงินในส่วนที่ใช้ไปโดยไม่เกิดประโยชน์ยังมีอีกมาก  โดยขอรับคำแนะนำมาจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐบาล  องค์กรด้านวิชาชีพ  ที่ปรึกษาและผู้ขายอุปกรณ์  นอกจากนั้นแล้วยังมีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้  เช่น

          -  ขาดการติดตามหรือเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ

          -  ขาดวิจารณญาณในเรื่องผลประโยชน์ทางการเงิน

          -  ปัญหาจากที่โครงการประหยัดพลังงานได้รับความสำคัญเป็นอันดับรอง  เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

          ดังนั้น วัตถุประสงค์ของแนวทางการปฏิบัติที่ดีก็เพื่อให้ผู้ใช้รายเดิมและผู้ใช้รายใหม่มีโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่าย  ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ได้รับความสำเร็จจากการศึกษาเอกสารเผยแพร่เล่มนี้

          หม้อต้มน้ำที่จะพิจารณากันต่อไปนี้เป็นหม้อต้มน้ำขนาดเล็กและกลางโดยแต่ละลูกมีกำลังผลิตมากกว่า 20 เมกกะวัตต์  โดยเชื้อเพลิงที่ใช้มีทั้งเชื้อเพลิงแข็ง (Solid Fuel)  เชิ้อเพลิงเหลว (Liquid Fuel)  และก๊าซเชื้อเพลิง (Gaseous Fuel)  หม้อต้มน้ำขนาดดังกล่าวมีมากกว่า 90% ของหม้อต้มน้ำที่ติดตั้งอยู่ในราชอาณาจักร

          อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของแนวทางการปฏิบัตินี้จะไม่มีรายละเอียดในเรื่องของการออกแบบระบบไอน้ำและน้ำร้อน  แต่วัตถุประสงค์ของแนวทางการปฏิบัตินี้จะแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนและวิธีการดำเนินงานที่ไม่มีประสิทธิภาพนั้น  จะเกิดขึ้น ที่ไหน อย่างไร และจะปรับปรุงความไม่มีประสิทธิภาพนั้นทำได้อย่างไร  สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษในการใช้งานหม้อไอน้ำในแต่ละวัน

          เมื่อนำข้อพิจารณาเหล่านี้มาแก้ไขหรือปรับปรุงระบบหม้อไอน้ำแล้ว  ยังมีโอกาสที่ดีที่จะได้พิจารณาถึงการผลิตไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Heat and Power : CHP) มาใช้ประโยชน์  ข้อมูลของ CHP จะหาได้จากส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้  ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติได้ให้คำแนะนำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

           แนวทางการปฏิบัติประกอบด้วย 3 ส่วน

          ส่วน A  จะเกี่ยวข้องกับลักษณะต่าง ๆ ของการออกแบบระบบไอน้ำและน้ำร้อน  ส่วนนี้ให้ความสำคัญในการตรวจสอบเกี่ยวกับไอน้ำและน้ำร้อนซึ่งเป็นตัวกลางในการส่งถ่ายความร้อน (Heat Transport Media)  และประสิทธิภาพทั้งระบบการจ่ายไอน้ำและการนำน้ำควบแน่นกลับมาใช้ใหม่  ระบบน้ำร้อน  รวมทั้งความสำคัญของการเตรียมน้ำป้อนอย่างถูกต้อง  ตลอดจนมีการหุ้มฉนวนภายนอกอย่างเหมาะสม  และเน้นความสำคัญของการตรวจสอบและติดตามอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

          ส่วน B  เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์หม้อไอน้ำและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเผาไหม้  การตรวจสอบประเภทของหม้อต้มน้ำหลักที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน  และการพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของการใช้เชื้อเพลิงแต่ละชนิด  รวมทั้งคำนึงถึงประเภทของหัวเผา-หัวพ่นไฟ  และระบบการเผาไหม้  เน้นความสำคัญของการควบคุมมลพิษ  ตอนสุดท้านของส่วน B จะเป็นแนวทางสำหรับการเลือกระบบหม้อไอน้ำ

          ส่วน C  ตรวจสอบศักยภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการปฏิบัติงานของหม้อไอน้ำ  เพื่อให้แน่ใจในศักยภาพของเครื่องอีโคโนไมเซอร์  การอุ่นอากาศสำหรับเผาไหม้  การปรับความเร็วรอบขงพัดลมและระบบ  การควบคุมระบบให้ทำงานร่วมกัน  ซึ่งแนวทางการปฏิบัติงานเล่มนี้  ได้สรุปขั้นตอนวิธีการปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้พลังงานในหม้อไอน้ำและการปฏิบัติงานในระบบด้วย

          การเรียงลำดับของเนื้อหาได้มาจากข้อมูลที่เคยมีการเผยแพร่  สำหรับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเผาไหม้ที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญที่เน้นในเรื่องของการปฏิบัติงานของหม้อไอน้ำ  นอกจากนั้นคู่มือเล่มนี้จะกล่าวถึงความสำคัญของการจ่ายไอน้ำ  และการใช้ไอน้ำหรือน้ำร้อนที่ผลิตได้  ถึงแม้หม้อต้มน้ำจะมีประสิทธิภาพถึง 80% หรือมากกว่านั้น  แต่ความสามารถเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์  ถ้าระบบท่อถูกออกแบบมาไม่ดีหรือขั้นตอนการปฏิบัติในการทำงานของการใช้หม้อไอน้ำไม่ถูกต้อง

          โดยทั่วไปถึงแม้จะมีการออกแบบ  และการปฏิบัติงานในระบบการจ่ายไอน้ำเป็นอย่างดีแล้วก็ยังมีการสูญเสียความร้อนประมาณ 10%  แต่ในทางปฏิบัติพบว่าปริมาณการสูญเสียความร้อนดังกล่าวสูงกว่าที่ควรจะเป็น  ซึ่งอาจจะสูงถึง 30% , 40% หรืออาจถึง 50%  ดังนั้น ต้องระลึกเสมอว่าพลังงานที่สูญเสียไปเกิดจากการออกแบบและวิธีการปฏิบัติที่ไม่ดีและไม่สัมพันธ์กันของระบบน้ำป้อน  ไอน้ำและน้ำร้อน  มากกว่าจะเป็นเรื่องสภาวะของการเผาไหม้ภายในหม้อไอน้ำที่ไม่ถูกต้อง

          ดังนั้น สิ่งแรกเมื่อทำการวิเคราะห์หม้อไอน้ำที่ใช้งานอยู่  หรือตัดสินใจที่จะติดตั้งหม้อไอน้ำใหม่  ต้องแน่ใจว่าการจ่ายและการใช้น้ำร้อนหรือไอน้ำมีการสูญเสียน้อยที่สุด  และทันทีที่สามารถแก้ไขการเปลี่ยนรูปพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  หม้อไอน้ำก็จะให้ผลผลิตที่สูงตามไปด้วย




ศูนย์ข้อมูลวิศวกรรม

การเลือกระบบบอยเลอร์ article
ตัวกลางส่งถ่ายความร้อน article
ระบบไอน้ำ article
ระบบคอนเดนเสท article
ระบบน้ำร้อน article
การปรับสภาพน้ำก่อนเข้าบอยเลอร์ article
การหุ้มฉนวนท่อไอน้ำ article
ประเภทหรือชนิดของบอยเลอร์ article
เชื้อเพลิงของบอยเลอร์ article
ชนิดของหัวพ่นไฟ article
LPG กับความปลอดภัยในการทำงาน article
การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงแข็ง article
การทำงานของบอยเลอร์ article
การเพิ่มประสิทธิภาพของบอยเลอร์ article
การดูแลบำรุงรักษาด้านสัมผัสไฟ article
การดูแลบำรุงรักษาด้านสัมผัสน้ำ article
การดูแลบำรุงรักษาหัวพ่นไฟ article
การดูแลบำรุงรักษาระบบเซฟตี้ article
เอนจิเนียริ่งไกด์ article
ตารางไอน้ำ(Saturated Steam) article
ตารางไอน้ำ(Saturated Water) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
คลิกดูเลยถูกมาก
burnerandboiler.com 78/237 Baansukhumvit 77, Soi.Onnuch 17,Sukhumvit 77 Rd, Suanluang,Bangkok,10250 Thailand Tel.08-1913-5251/Fax.0-2867-9878 Email : serviceteam@burnerandboiler.com สนใจลง sponsor หรือ banner ติดต่อ Email : customerservice@burnerandboiler.com