ReadyPlanet.com
dot dot
dot
เทคโนโลยีวิศวกรรม
dot
bulletเกี่ยวกับบอยเลอร์
bulletเกี่ยวกับเบิร์นเนอร์
bulletศูนย์ข้อมูลวิศวกรรม
dot
ติดต่อหน่วยงานราชการ
dot
bulletต่อใบอนุญาตควบคุมบอยเลอร์
bulletติดต่อกรมโรงงาน
bulletอบรมหม้อไอน้ำและจป.
dot
แบบฟอร์มเอกสารต่างๆ
dot
bulletกฏหมายเกี่ยวกับหม้อไอน้ำ
bulletเอกสารรับรองหม้อไอน้ำ
bulletเอกสารรับรองหม้อต้ม
bulletขึ้นทะเบียนควบคุมหม้อไอน้ำ
bulletต่อทะเบียนผู้ควบคุมหม้อไอน้ำ
bulletหม้ออบไอน้ำ/ภาชนะความดัน
bulletปลอดภัยของระบบไฟฟ้า
dot
การอบรมเกี่ยวกับบอยเลอร์
dot
bulletอบรมควบคุมบอยเลอร์
bulletการประชุมตรวจสอบบอยเลอร์
dot
ติดต่อลงโฆษณากับเรา
dot
bulletรายละเอียดแบบแบนเนอร์
bulletรายละเอียดแบบสปอนเซอร์ลิงค์
bulletลิงค์แบนเนอร์กับสินค้าของท่าน
dot
สมาชิกรับข่าวสาร

dot


google_ad_client = "pub-1819596744554189";
คลิกดูข้อมูล
คลิกดูเลยถูกมาก
ลองคลิกดู


ระบบคอนเดนเสท article

                 ระบบคอนเดนเสทหรือการนำไอน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Condensate Return System)

ความสำคัญของการนำไอน้ำควบแน่นกลับมาใช้ใหม่ (The Importance of condensate Recovery)

          ไอน้ำที่ควบแน่นหลังจากที่มีการถ่ายเทความร้นแฝงไปสู่กระบวนการผลิต  ปริมาณความร้อนของไอน้ำที่ควบแน่นนี้มีปริมาณ 20% ของปริมาณความร้อนเดิมที่เกิดขึ้นเนื่องจากเชิ้อเพลิง  จึงเป็นความสิ้นเปลืองหากมีการทิ้งส่วนนี้ไป  ไอน้ำที่ควบแน่นควรนรำไปผ่านใหความร้อนกับขบวนการผลิตอื่น ๆ ที่ใช้อุณหภูมิต่ำกว่าในระบบไอน้ำ  ไอน้ำที่ควบแน่นที่ไม่ปนเปื้อนกับสารเคมีในขบวนการผลิต  เมื่อผ่านการทำความสะอาดเพียงเล็กน้อยและปรับความเป็นกรด-ด่างนำกลับเข้าระบบป้อน  จะเป็นการลดค่าใชจ่ายในการเตรียมน้ำป้อนและลดการปล่อยน้ำที่ระบายทิ้ง  ปริมาณความร้อนในน้ำที่ระบายทิ้งประมาณ 20% จะไปลดประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระบบไอน้ำลงมาก

          การประหยัดโดยการนำเอาไอน้ำควบแน่นกลับมาใช้ใหม่ซึ่งสามารถคำนวณได้ดังต่อไปนี้

          ขั้นตอนที่ 1     ต้องทราบปริมาณไอน้ำควบแน่นที่นำกลับมาใช้ต่อชั่วโมงพร้อม ๆ กับอุณหภูมิ

          ขั้นตอนที่ 2     คำนวณปริมาณความร้อนของไอน้ำควบแน่นที่ได้นำกลับมาใช้  โดย

                                 Q     =  W x 4.2 x (Th-Ta)     kJ/hr

          โดยที่               W   =  อัตราการไหลของไอน้ำที่ควบแน่น/ชั่วโมง  (กิโลกรัมต่อชั่วโมง)

                                  Th  =  อุณหภูมิของไอน้ำควบแน่น   (0C)

                                  Ta  =  อุณหภูมิของน้ำป้อนที่เติมเข้าไป  (0C)

           ขั่นตอนที่ 3     จำนวนเงินที่ประหยัดได้สามารถคำนวณได้ดังนี้

                                  S     =  (Q x N x FC) / (BE x GCA x 10)

          โดยที่                Q     =  ปริมาณของความร้อนที่ประหยัดได้  (กิโลจูล/ชั่วโมง)

                                   N     =  ชั่วโมงการปฏิบัติการตลอดทั้งปี

                                   Be   =  ประสิทธิภาพของหม้อไอน้ำ  (%)

                                   GCV=  ค่าความร้อนรวมของเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย  (กิโลจูล/กิโลกรัม)

                                   FC   =  ต้นทุนเชื้อเพลิง  (ปอน์ด/ตัน)

                                   S     =  การประหยัดที่ได้  (ปอน์ด/ปี)

          ด้วยประสบการณ์จากโรงงานทั้งในเชิงอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์หลายแห่งแสดงให้เห็นว่า  มีการให้ความสำคัญกับระบบการนำไอน้ำควบแน่นกลับมาใช้ใหม่ (condensate Recovery System) น้อยกว่าระบบไอน้ำมาก  บ่อยครั้งที่ไอน้ำควบแน่นไม่ถูกส่งกลับไปที่หม้อไอน้ำแต่ถูกปล่อยไปที่ท่อระบายน้ำทิ้ง  และจากการที่ลงทุนกับระบบการนำเอาไอน้ำควบแน่นกลับคืนมาใช้ใหม่  ซึ่งรวมทั้งค่าท่อ  วาล์ว  อุปกรณ์ที่ใช้ปั๊ม  การถ่ายเท่ความร้อน  ฉนวน  และอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่า  ได้ผลคุ้มค่ากลับค้นมาอย่างรวดเร็ว

          ข้อยกเว้น (Exceptions) โดยปกติจะมีข้อยกเว้นบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับโรงงานที่มีขนาดใหญ่  ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายการลงทุนสูงมาก  ในเรื่องของการติดตั้งและการรวบรวมไอน้ำควบแน่นกลับมา  โดยปกติข้อยกเว้นเช่นนี้จะเกิดขึ้นในโรงงานที่มีการใช้หม้อไอน้ำขนาดเล็กและมีระยะทางไกลจากที่ตั้งหม้อไอน้ำมาก  ข้อยกเว้นอีกประการหนึ่งคือ  ในโรงงานที่ใชท่อที่ยาวมากเกินไป  ถึงแม้ว่าจะมีฉนวนอย่างดีก็ตาม  จะทำให้ไม่มีปริมาณความร้อนที่มีประโยชน์เหลืออยู่ในการควบแน่นที่หม้อไอน้ำ  อย่างไรก็ตาม ในกรณีเช่นนี้การส่งน้ำที่ควบแน่นแล้ว (Cold condensate) กลับคืนไปตามท่อที่มีความยาวขนาดนั้นก็ยังคุ้มค่า  เพราะว่าค่าใช้จ่ายของน้ำดิบและการบำบัดน้ำป้อนสูงมาก

           ถึงแม้ว่าการส่งไอน้ำควบแน่นกลับคืนไปที่หม้อไอน้ำจะไม่คุ้มค่าก็ตาม  แต่ก็ไม่ควรทิ้งพลังงานความร้อนที่ได้จากการควบแน่นไป  ยกเว้นไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น  ตัวอย่างเช่น  การนำปริมาณความร้อนของการควบแน่นไปใช้ประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อมในกระบวนการผลิตน้ำร้อน

          บางครั้งไอน้ำควบแน่นอาจมีสารปนเปื้อนจากกระบวนการผลิต  ถ้านำกลับเข้าหม้อไอน้ำจะปรากฎการเกาะเคลือบบนผิวการถ่ายเทความร้อน  จะทำให้หม้อไอน้ำเกิดสาเหตุการร้อนมาเกินไป (Over Heat) ทำให้ผิวโลหะเสื่อมสภาพ  ในสถานะการณ์ที่ไอน้ำควบแน่นมีสิ่งปนเปื้อนเล็กน้อย  การตัดสินใจที่จะซื้อหรือบำรุงรักษาเครื่องแลกเปลี่ยนนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ (Heat Recovery Equipment) ค่อนข้างลำบาก  ถ้ามีการใช้นำร้อนในกระบวนการผลิตเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบง่าย  ควรนำมาใช้เพื่อไม่ให้ความร้อนเสียเปล่าและต้องมีการทำความสะอาดเครื่องเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่เกาะผิวเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนตามระยะเวลา

          กฎอีกข้อหนึ่งที่สำคัญกว่าหัวข้อการพิจาณราทั้งหมดในการตัดสินใจในด้านพลังงานก็คือ  ถ้าเกิดความสงสัยหรือมีปัญหาเกี่ยวกับความบริสุทธอ์ของไอน้ำที่ควบแน่เกิดขึ้นที่ใดก็ตาม  ห้ามส่งไอน้ำที่ควบแน่นนี้กลับไปที่น้ำป้อนของหม้อไอน้ำอย่างเด็ดขาด

                                                                      ทิ้งไอน้ำที่ควบแน่นไปก็เท่ากับทิ้งเงินไป

การออกแบบระบบ (System Design)

          ขนาดท่อ (Pipe Sizing)

          เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแน่ใจว่าขนาดของท่อที่ใช้นำไอน้ำควบแน่น (Condensate) กลับต้องถูกต้องเท่า ๆ กับขนาดของท่อที่ใช้สำหรับนำไอน้ำไปใช้งาน  โดยพื้นฐานแล้วก็คือเหตุผลเดียวกัน  ถ้าท่อมีขนาดเล็กเกินไปก็ยิ่งต้องการพลังงานมากขึ้น  เพื่อให้สามารถส่งไอน้ำที่มีความดันโต้กลับไปภายในระบบให้ได้

          ถ้าท่อมีขนาดใหญ่เกินไป  ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งก็จะสูงกว่าและการสูญเสียความร้อนที่พื้นผิวก็จะมากขึ้นด้วย  การออกแบบขนาดของท่อไอน้ำควบแน่นให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่ทำได้ยรากกว่าการออกแบบขนาดของท่อที่ถูกต้องสำหรับไอน้ำเป็นอย่างมาก  ภายใต้สภาวะการใช้งานตามปกติ  บางส่วนของไอน้ำควบแน่นจะ "แฟลช (Flash)" ไปที่ไอน้ำในท่อปกติ  ส่วนดังกล่าวก็จะมีน้ำหนักน้อยแต่จะมีปริมาตรใหญ่  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีความเข้าใจรูปแบบของการไหล 2 ขั้นอตน (Two - Phase Flow) นี้ด้วย  เมื่อมีการกำหนดขน่ดของท่อให้ถูกต้อง

          จากประสบการณ์การปฏิบัติงานจริงที่ผ่านมาหลายปีทำให้สามารถใช้ "วิธีปฏิบัติโดยอาศัยความชำนาญ (Rule of Thumb)" ได้กล่าวคือ  ท่อไอน้ำควบแน่นทั้งหมดควรออกแบบให้มีขนาดสำหรับการไหลของน้ำภายใต้สภาวะของการเริ่มเดินเครื่อง  เพราะภายใต้สถานการณ์การเริ่มเดินเครื่องเช่นนั้นจะเกิดไอน้ำควบแน่นอย่างรวเร็วและมีปริมารณการใช้ไอน้ำอย่างน้อยเป็น 2 เท่าของการเดินเครื่องตามปกติ  และจากประสบการณ์ท่อที่ออกแบบให้มีขนาดตามลักษณะดังที่กล่าวมา  จะสามารถพาไอน้ำแฟลชและน้ำที่ควบแน่นที่ผสมกันได้อย่างเพียงพอภายใต้สภาวะการเดินเครื่องดังกล่าว

          ตารางที่ 2  แสดงให้เห็นถึงปริมาตรความจุของท่อที่สูงที่สุดสำภหรับการปฏิบัติงานทั่ว ๆ ไป  โดยคำนวณจากความดันตก (Presure Drop) ที่ 0.8 mbar ต่อเมตรของการทำงานจองท่อ

           อย่างไรก็ตามจากตารางที่ 2  และวิธีปฏิบัติโดยอาศัยความชำนาญตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถนำเอามาใช้ประโยชน์ได้เฉพาะกับระบบไอน้ำที่มีความดันไม่เกิน 14 บาร์เท่านั้น  ถ้าความดันที่สูงกว่านี้  ปริมาณการเกิดไอน้ำแฟลชในท่อก็ต้องสูงขึ้นเป็นพิเศษ  และก็จำเป็นต้องใช้ท่อไอน้ำที่มีขนาดตามความต้องการใช้มากขึ้นตามไปด้วย

          ตารางที่ 2  ปริมาตรความจุของไอน้ำที่ควบแน่น (Condensate)/ไอน้ำแฟลชที่เกี่ยวข้องกับขนาดของท่อ

                                                      ขนาดท่อ  (มม.)                                      ความจุ  (กก/ชม.)

                                                                 15                                                               160

                                                                 20                                                               370

                                                                 25                                                               700

                                                                 32                                                            1,500

                                                                 40                                                            2,300

                                                                 50                                                            4,500

                                                                 65                                                            9,000

                                                                 80                                                          14,000

                                                               100                                                          29,000

          วิธีที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับการเกิดไอน้ำแฟลชที่เพิ่มมากขึ้นในระบบที่มีความดันสูงก็คือ  การนำกลับมาใช้ที่ความดันต่ำกว่า  และใช้ตามจุดต่าง ๆ ภายในกระบวนการผลิต  ทางเลือกอีกทางหนึ่งก็คือ  ติดตั้งระบบการนำเอาไอน้ำที่ควบแน่นกลับมาใช้ในระบบปิด  อย่างไรก็ตาม  ระบบดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายแพงเกินกว่าจะติดตั้งได้  เพราะว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นต้องสามารถทนต่อความดันสูงที่เกิดขึ้นได้  ยิ่งไปกว่านั้นส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในระบบดังกล่าวต้องใช้ภาชนะที่ทนความดันได้ตามที่กำหนด  จึงต้องมีการตรวจสอบการรับประกันด้วย

                      ท่อที่มีขนาดเล็กเกินไป  ---------->  ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานในการปั๊ม

                      ท่อที่มีขนาดใหญ่เกินไป ---------->  ทำให้สูญเสียความร้อนที่พื้นผิวสูงขึ้น

โครงร่าง (Layout)

          ระบบที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีแล้ว  การนำเอาไอน้ำควบแน่นกลั่นตัวกลับคืนมาใช้ใหม่  จะต้องไม่รบกวนความดันที่กลับเข้าไปในอุปกรณ์กับดักไอน้ำด้วย (Back Pressure)  ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการเริ่มเดินเครื่อง  เมื่อกับดักไอน้ำต้องระบายอากาศที่มีปริมาณมากในตอนแรกออกจากระบบ  ต่อจากนั้นก็จะระบายน้ำออกในปริมาณที่มากเช่นเดียวกัน

          เป็นการยากมากที่จะป้อนน้ำที่ควบแน่นกลับด้วยแรงโน้มถ่วงไหลกลับกลับไปยังถังน้ำป้อนของหม้อไอน้ำ  การติดตั้งถังรับไอน้ำควบแน่นไว้ในระดับที่ต่ำกว่า  จะช่วยบดความดันด้านกลับในกับดักไอน้ำลง  และต่อจากนั้นก็จะสูบน้ำที่ควบแน่นกลับไปที่หม้อไอน้ำ  เป็นเรื่องที่สะดวกกว่าไม่ว่าจะเป็นการใช้ปั๊มไฟฟ้า (ดังรูปที่ 6)  หรือปั๊มอัตโนมัติแบบดัดไอน้ำ (ดังรูปที่ 7) ก็สามารถใช้ได้  และไม่ว่าจะเลือกแบบใดก็ตามต้องสามารถทนต่อน้ำที่ควบแน่นที่มีอุณหภูมิสูงเกือบถึงจุดเดือดได้  ภาชนะที่เก็บน้ำควบแน่นทั้งหมดต้องมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสมด้วย  เพราะภาชนะเหล่านี้ไม่ได้ผลิตมาให้เป็นภาชนะที่ทนต่อความดัน  และไม่สามารถทนต่อความดันไอน้ำอย่างเต็มที่ได้เมื่อกับดักไอน้ำไม่ทำงาน

การยกไอน้ำที่ควบแน่น (Lifting Condensate)

          คู่มือที่นำมาใช้อ้างอิงทั้งหมดกล่าวไว้ว่า  ไม่ควรส่งน้ำที่ควบแน่นจากทางออกที่มีระดับต่ำขึ้นไปที่ภาชนะที่เก็บ  หรือท่อที่อยู่ในระดับสูง  อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติเพื่อความสะดวกที่จะติดตั้งท่อไอน้ำควบแน่นให้อยู่ในระดับสูงอยู่แล้วดังรูปที่ 8 แสดงให้เห็นถึงการจัดเตรียมที่ตัวอย่างสำหรับที่จะต้องส่งไอน้ำที่ควบแน่นและชี้ให้เห็นตำแหน่งของเช็ควาล์ว  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่จำเป็นเช่นเดียวกัน

          ความดันไอน้ำที่อุปกรณ์กับดับไอน้ำเองจะต้องใช้เพื่อส่งไอน้ำที่ควบแน่นกลับ  ไอน้ำที่ควบแน่นดังกล่าวจะเกิดความดันต้านกลับมาที่ 1 บาร์ของการลำเลียงไอน้ำควบแน่นทุก ๆ 10 เมตรที่สูง  ซึ่งจะไปลดความดันที่แตกต่างกันในอุปกรณ์กับดักไอน้ำ  ทำให้ไอน้ำผ่านไปได้น้อยกว่าไอน้ำที่ควบแน่น  เช่น  ถ้าอุปกรณ์กับดักไอน้ำต้องส่งไอน้ำที่ควบแน่นขึ้นไปสูง 10 เมตรจากภาชนะจำเป็นต้องใช้ไอน้ำภที่ความดัน 3 บาร์  และจะมีไอน้ำผ่านไปได้เพียงประมาณ 65% ของปริมาณที่ควรจะผ่านไปได้เมื่อปล่อยไอน้ำที่ควบแน่นออกไปสู่บรรยายกาศ  เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์กับดักไอน้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

          ถ้าความดันที่แตกต่างระหว่างขาเข้าและออกอยู่ในอุปกรณ์กับดักไอน้ำมีจำนวนต่ำมากเกินไปก็จะทำให้อุปกรณ์กับดักไอน้ำม่สามารถทงานได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สภาวะการเริ่มเดินเครื่อง  เป็นสาเหตุทำให้เกิดการอั้นตัวของน้ำ (Waterlog) อีกตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็คือส่วนที่จำเป็นต้องมีเครื่องควบคุมอุณหภูมิ (T^hermostatic Congrol) ของภาชนะที่ใช้ในกระบวนการผลิต  เช่น  ภาชนะที่มีเปลือกหุ้ม (Jacketed-Pan) เป็นต้น  ดังนรั้นถ้าเครื่องควบคุมอุณหภูมิทำงานได้ดีโดยการลดกำลังการส่งไอน้ำลง  จะทำให้ความดันไอน้ำตกลงต่ำมากเกินกว่าที่จะทำให้อุปกรณ์กับดักไอน้ำทำงานได้

ปัญหาของปั๊มน้ำป้อนเข้า (Feed Pump Problems)

          การน้ำเอาไอน้ำที่ควบแน่นส่งกลับไปใช้  ถึงแม้จะได้รับประโยชน์จากหม้อไอน้ำมากขึ้นแต่ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้  ปัจจุบันอุณหภูมิของพังเก็บน้ำป้อนเข้าก็จะสูงอยู่แล้ว  ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาของการเกิดโพรงอากาศ (Cavitation) และการเกิดปิดกั้นไออั้น (Vapour Locking) ในเครื่องสูบน้ำที่ปั๊มน้ำป้อนเข้าหม้อไอน้ำ  เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น  ปั๊มน้ำป้อนของหม้อไอน้ำจะต้องมีความดันทางด้านสูบเข้ามีค่าสุทธิเป็นบวก  หรืออธิบายได้อย่างง่าย ๆ ก็คือ  ถังเก็บน้ำป้อนเข้าต้องอยู่สูงกว่าทางเข้าของปั๊มน้ำป้อนที่เข้าหม้อไอน้ำ  ในตารางที่ 3 แสดงให้เห็นความแตกต่างของความสูงที่น้อยที่สุดที่ต้องการสำหรับอุณหภูมิของน้ำป้อนเข้าที่แตกต่างกันออกไป

               ตารางที่ 3  แรงดูดของปั๊มน้ำเข้าเครื่องสำหรับอุณหภูมิต่าง ๆ ของน้ำป้อน

                                                             อุณหภูมิ                              ความสูงของน้ำ  (suction head)

                                                             (0C)                                                             (ม.)

                                                                 86                                                               1.5

                                                                 90                                                               2.1

                                                                 95                                                               3.5

                                                               100                                                               5.2

การนำไอน้ำแฟลชกลับมาใช้ใหม่ (Flash Steam Rcovery)

          ไอน้ำแฟชล (Flash Steam) จะเกิดขึ้นเมื่อไอน้ำที่ความดันสูงกว่าถูกปล่อยออกไปที่ความดันต่ำกว่า  การนำเอาไอน้ำแฟชลจากไอน้ำที่ความดันสูงมาใช้ใหม่เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ประหยัดความร้อนได้

          ไอน้ำกลั่นตัวที่ออกจากอุปกรณ์กับดักไอน้ำจะอยู่ในสภาวะความดันเดียวกันกับไอน้ำ  ตังอย่างเช่น  ไอน้ำกลั่นตัวที่ 5 บาร์  มีอุณหภูมิอยู่ที่ 1590C (จากตารางไอน้ำ)  และมีความร้อนสัมผัสที่ 671 กิโลจูล/กิโลกรัม  ในขณะที่น้ำที่ความดันบรรยากาศสามารถมีความร้อนสัมผัสได้ 419 กิโลจูล/กิโลกรัม  ส่วนเกินอีก 252 กิโลจูลที่เหลือถูกนำไปใช้ทำการระเหยน้ำบางส่วนใหม่เพื่อผลิต "ไอน้ำ-แฟลช" ดังรูปที่ 9  แสดงให้เห็นว่ามีไอน้ำแฟลชมากเท่าไหร่ที่ผลิตได้จากไอน้ำควบแน่นที่ปล่อยออกมาจากกับดักไอน้ำ

          ตัวอย่าง :

          ลองพิจารณาดูว่าในกรณีที่ต้องการนำเอาไอรเสยแร้ร 1,000 กก.  ที่ความดันสูงที่ 7 บาร์  เพื่อให้ผลิคไอน้ำแฟลช ณ ความดันบรรยากาศ

          ก)  จากกราฟ  ปริมาณของไอน้ำแผลชจากไอน้ำควบแน่น  =  0.134  กิโลจูล/กก.

          ข)  ไอน้ำแฟลชที่ผลิตได้ต่อชั่วโมงต่อการใช้ไอน้ำควบแน่น 1,000 กก.  =  134  กก.

          ค)  ด้วยอัตราการระเหยเท่ากับ 5 จะประหยัดถ่านหินที่ใช้ในปริมาณเท่า ๆ กันเมื่อคิดเป็นกิโลกรัม  จากการนำเอาความร้อนจากไอน้ำแฟลชกลับมาใช้ได้ใหม่  =  27  กก.

          ง)  ประหยัดค่าใช้จ่ายถ่านหินประจำปีต่อตันสำหรับชั่วโมงการทำงาน 5,000 ชั่วโมง  =  27 x 5,000  =  135  ตัน

                                                                                                                                           1,000

          ไอน้ำแฟลชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้กับทุก  ๆ จุดของกระบวนการที่จำเป็นต้องมีไอน้ำความดันต่ำ  ตัวอย่างเช่น  ในระบบการให้ความร้อน  หรือใช้กับลูกกลิ้งให้ความร้อน  เป็นต้น

                                             การใช้ไอน้ำแฟลช  -  ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง

 




ศูนย์ข้อมูลวิศวกรรม

บทเกริ่นนำเรื่องไอน้ำ article
การเลือกระบบบอยเลอร์ article
ตัวกลางส่งถ่ายความร้อน article
ระบบไอน้ำ article
ระบบน้ำร้อน article
การปรับสภาพน้ำก่อนเข้าบอยเลอร์ article
การหุ้มฉนวนท่อไอน้ำ article
ประเภทหรือชนิดของบอยเลอร์ article
เชื้อเพลิงของบอยเลอร์ article
ชนิดของหัวพ่นไฟ article
LPG กับความปลอดภัยในการทำงาน article
การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงแข็ง article
การทำงานของบอยเลอร์ article
การเพิ่มประสิทธิภาพของบอยเลอร์ article
การดูแลบำรุงรักษาด้านสัมผัสไฟ article
การดูแลบำรุงรักษาด้านสัมผัสน้ำ article
การดูแลบำรุงรักษาหัวพ่นไฟ article
การดูแลบำรุงรักษาระบบเซฟตี้ article
เอนจิเนียริ่งไกด์ article
ตารางไอน้ำ(Saturated Steam) article
ตารางไอน้ำ(Saturated Water) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
คลิกดูเลยถูกมาก
burnerandboiler.com 78/237 Baansukhumvit 77, Soi.Onnuch 17,Sukhumvit 77 Rd, Suanluang,Bangkok,10250 Thailand Tel.08-1913-5251/Fax.0-2867-9878 Email : serviceteam@burnerandboiler.com สนใจลง sponsor หรือ banner ติดต่อ Email : customerservice@burnerandboiler.com